
Published in News
ไข่นำเข้าถูกจับตาอย่างเข้มงวดหลังการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาในสหราชอาณาจักร
การระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาในสหราชอาณาจักรที่เชื่อมโยงกับไข่นำเข้า ทำให้มีผู้ป่วยป่วยหลายร้อยคน และจุดกระแสเรียกร้องอีกครั้งให้สินค้าอาหารนำเข้าปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเดียวกันกับผลผลิตในประเทศ

Martina Osmak
Director of Marketing
การระบาดที่ขยายตัวเชื่อมโยงกับไข่นำเข้า
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในสหราชอาณาจักรกำลังสืบสวนการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับไข่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมี UK Health Security Agency (UKHSA) และ Food Standards Agency (FSA) เป็นผู้นำในการดำเนินงาน
การระบาดครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่ประกอบด้วยกลุ่มการระบาดย่อยสามกลุ่มที่แยกจากกันแต่มีความเกี่ยวข้องกันของเชื้อ Salmonella Enteritidis โดยรวมแล้ว ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026 มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 474 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 รายในอังกฤษ
รายละเอียดของทั้งสามกลุ่มการระบาดมีดังนี้:
กลุ่ม t5.9411: ผู้ป่วยยืนยัน 259 ราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยมีช่วงวันที่เริ่มป่วยตั้งแต่สิงหาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026
กลุ่ม t0.24068: ผู้ป่วยยืนยัน 177 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต
กลุ่ม t5.9765: ผู้ป่วยยืนยัน 38 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
จำนวนผู้ป่วยในทั้งสามกลุ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 โดยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับการรับประทานอาหารนอกบ้านที่คาเฟ่ขนาดเล็ก ร้านอาหาร และร้านอาหารแบบซื้อกลับบ้าน มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับไข่ที่ซื้อจากร้านค้า
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำสองประเด็นสำคัญ คือ ยังไม่มีหลักฐานว่าไข่ที่ผลิตในสหราชอาณาจักรเกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งนี้ และความเสี่ยงโดยรวมต่อประชาชนทั่วไปยังถือว่าต่ำ
ปัญหาขยายวงไปทั่วยุโรป
นี่ไม่ใช่เรื่องของสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียว หนึ่งในกลุ่มการระบาดย่อยเป็นส่วนหนึ่งของการระบาดขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป ซึ่งติดตามโดย European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC)
ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 มีรายงานผู้ป่วย 341 รายทั่วยุโรปในกลุ่มการระบาดเดียวกันนี้ โดยผู้ป่วยกระจายอยู่ในหลายประเทศ:
สหราชอาณาจักร ประมาณ 61% ของผู้ป่วยทั้งหมด
เนเธอร์แลนด์ ประมาณ 31%
ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมกันเป็นส่วนที่เหลือ
เจ้าหน้าที่อังกฤษระบุว่า อังกฤษตรวจเชื้อซัลโมเนลลาเกือบทุกตัวอย่างด้วยวิธีการถอดรหัสดีเอ็นเอทั้งจีโนม (whole genome sequencing) วิธีการที่ละเอียดนี้สามารถค้นหาและเชื่อมโยงผู้ป่วยที่ระบบอื่นอาจมองข้ามไปได้ ทำให้ส่วนหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยที่สูงในอังกฤษสะท้อนถึงการตรวจที่ครอบคลุมมาก ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อจริงก็น่าจะสูงกว่าที่รายงาน เพราะผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงมักจะไม่ไปพบแพทย์
ภาคอุตสาหกรรมต้องการกติกาเดียวกันสำหรับสินค้านำเข้า
การระบาดครั้งนี้ทำให้ประเด็นความปลอดภัยอาหารและการค้าอย่างเป็นธรรมกลับมาอยู่ในความสนใจ กลุ่มผู้ผลิตโต้แย้งว่าไข่นำเข้าควรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกับที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในอังกฤษต้องปฏิบัติอยู่แล้ว
Will Raw ประธานคณะกรรมการสัตว์ปีกของ National Farmers' Union (NFU) ระบุว่าสถานการณ์นี้น่ากังวลอย่างยิ่ง และเตือนว่าอาจทำลายชื่อเสียงที่ผู้ผลิตไข่ในอังกฤษสร้างมานานหลายทศวรรษ เขากล่าวว่าธุรกิจไข่ในสหราชอาณาจักรลงทุนอย่างมากในด้านการตรวจสอบ การตรวจสอบย้อนกลับ ความปลอดภัยทางชีวภาพ และการควบคุมเชื้อซัลโมเนลลา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบสินค้านำเข้า
British Egg Industry Council แสดงท่าทีในทำนองเดียวกัน Nick Allen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร ระบุว่าผู้ผลิตไข่ภายใต้สัญลักษณ์ British Lion ใช้การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อซัลโมเนลลา การตรวจสอบย้อนกลับ และการตรวจประเมินโดยหน่วยงานอิสระเป็นข้อบังคับ ในขณะที่ไข่นำเข้าปริมาณมากขึ้นกลับเข้ามาภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดน้อยกว่า เขาเรียกร้องให้สร้าง “สนามแข่งขันที่เท่าเทียม” เพื่อให้ไข่นำเข้าได้มาตรฐานเดียวกับที่ผู้บริโภคคาดหวังในประเทศ
ยังมีช่องว่างด้านความโปร่งใสสำหรับผู้บริโภคที่รับประทานอาหารนอกบ้าน งานวิจัยสำหรับ RSPCA Assured ซึ่งดำเนินการโดย YouGov พบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ทราบว่า คาเฟ่ ร้านอาหาร และผู้ผลิตอาหารบางรายสามารถใช้ไข่นำเข้าจากระบบการเลี้ยงแม่ไก่ เช่น กรงขังแบบแบตเตอรี่ ซึ่งถูกสั่งห้ามในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2012 ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยสถานประกอบการด้านอาหารไม่จำเป็นต้องบอกลูกค้าว่าไข่ที่ใช้ในเมนูมาจากที่ใด
สิ่งที่เรื่องนี้หมายถึงสำหรับผู้ซื้อและผู้ค้า
สำหรับผู้ที่ซื้อ ขาย หรือจัดหาสินค้าอาหารข้ามพรมแดน การระบาดครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่า เรื่องความปลอดภัย แหล่งที่มา และเอกสารกำกับสินค้า ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่เป็นปัจจัยที่กำหนดความเสี่ยง ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น
ผู้ซื้อและผู้จัดการจัดซื้ออาจต้องจับตาประเด็นต่อไปนี้ในช่วงเดือนข้างหน้า:
สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปจะเข้มงวดขึ้นหรือไม่กับการตรวจสอบหรือกฎระเบียบเกี่ยวกับไข่และผลิตภัณฑ์ไข่นำเข้า
ซัพพลายเออร์สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาและมาตรฐานการผลิตของสินค้าที่ขายได้ชัดเจนเพียงใด
ตรารับรอง เช่น British Lion จะมีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ในสายตาลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหาร
คำแนะนำด้านความปลอดภัยอาหารจาก FSA ยังไม่เปลี่ยนแปลง ไข่ที่ปรุงสุกดีและจัดการด้วยสุขอนามัยที่เหมาะสมไม่ควรเป็นความเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง รวมถึงเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ได้รับคำแนะนำให้บริโภคเฉพาะไข่ดิบหรือไข่กึ่งสุกที่มีตรารับรองที่เชื่อถือได้ และควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับอาหารที่ทำจากไข่ดิบเมื่อรับประทานนอกบ้าน
บทเรียนที่กว้างกว่านั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องไข่ ขณะที่ยุโรปหันมาให้ความสนใจมากขึ้นกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่นำเข้า ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจนและมาตรฐานที่เข้มแข็งกำลังกลายเป็นจุดขายที่สำคัญยิ่งขึ้นสำหรับซัพพลายเออร์ทุกประเภท